feature content slider

Saturday, October 8, 2011

ชีซี เหวียนจื๋อ (Zhou Yu)


กตัญญูเหนือชื่อเสียง

เคยมีคนกล่าวกันว่าบางทีเล่าปี่อาจจะไม่ได้ขงเบ้งผู้เป็นอัจฉริยะมาร่วมงานหากว่าเขาไม่ได้รับการชี้ทางจากชายคนหนึ่งเขาคนนี้เป็นยอดกุนซือผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งและเป็นที่รู้จักกันดีในแฟนหนังสือสามก๊ก
แต่บทบาทที่เขาได้ปรากฏตัวออกมานั้นมันน้อยซะเหลือเกิน ทั้งที่เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่งและก็มีชีวิตค่อนข้างยืนยาวอีกด้วย

ผลงานของเขาในแผ่นดินกลับปรากฏเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นับจากนั้นไม่ว่าจะไปเปิดหาในสามก๊กฉบับไหนๆเราก็ไม่พบชื่อของเขาปรากฏขึ้นมาอีกเลย

ถือเป็นยอดคนผู้หนึ่งที่ถูกลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างน่าเสียดาย และการที่เขาถูกลืมไปนั้น มันเกิดจากความกตัญญูและความสัตย์ภักดีของเขา
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

แฮหัวตุ้น เหวียนหลาง (Xiahou Dun)


ยอดขุนพลตาเดียว

"หมางเซี่ยเหา" แปลว่านายพลตาบอดหรือพระยาตาเดียว เป็นฉายาที่บรรดาทหารในกองทัพของโจโฉได้ตั้งให้แก่แม่ทัพคนหนึ่งซึ่งเจ้าตัวเองที่ได้ฉายานี้มานั้นไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่นักชายคนนี้เป็นแม่ทัพมือขวาและยังเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โจโฉให้ความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง และเขาก็เป็นคนที่อยู่กับโจโฉมาตั้งแรกเริ่มที่โจโฉเริ่มก่อการจวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
เขาคือ แฮหัวตุ้น ผู้ที่รู้จักกันในนามของแม่ทัพตาเดียว
ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของคนที่ได้อ่านหนังสือสามก๊กนั้นคงจะมองว่าเขาเป็นคนตาเดียวบ้าระห่ำที่เอาแต่ใช้กำลังเพียงอย่างเดียว แต่เปล่าเลย ในบรรดาแม่ทัพทั้งหมดของโจโฉนั้นเขาเป็นคนที่โจโฉไว้ใจใช้งานและให้ความสนิทสนมมากที่สุดคนหนึ่ง และยังมีความเก่งกาจในการนำกองทัพอย่างที่ไม่เป็นรองใครในบรรดาขบวนขุนพลของยุคนั้นอีกด้วย

กุยแก ฟ่งเซี่ยว


สุดยอดแห่งการวิเคราะห์

ถ้าขงเบ้งคือกุนซือหมายเลขหนึ่งของเล่าปี่ กุยแกก็คือกุนซือหมายเลขหนึ่งของโจโฉ แต่น่าเสียดาย ที่ชีวิตของเขานั้นสั้นเกินไปตอนที่กุยแกเสียชีวิตลงนั้น ขงเบ้งยังคงอาศัยอยู่บนดอยที่หลงจง และยังไม่มีชื่อเสียงหรือผลงานอะไร แต่ตอนนั้นกุยแกได้กลายเป็นกุนซือชื่อดังที่มีส่วนช่วยเหลือให้โจโฉพิชิตอ้วนเสี้ยวผู้มีอิทธิพลมากที่สุดทางตอนเหนือได้
หลายคนเสียดายที่กุยแกตายเร็วไปทำให้ไม่ได้พิสูจน์สติปัญญากับขงเบ้ง ว่าใครจะเหนือกว่าใคร
ตอนที่โจโฉยกทัพลงใต้เพื่อจะพิชิตซุนกวนในศึกเซ็กเพ็กนั้น มีกุนซือบางคนที่ทัดทานไว้ แต่โจโฉนั้นกำลังมั่นใจในตัวเองจึงไม่สนคำเตือนเหล่านั้น จนเมื่อพ่ายศึกกลับมา โจโฉจึงได้บ่นเสียดายว่าถ้าหากกุยแกยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็เขาคงจะไม่พ่ายศึกแบบนี้ เพราะกุยแกคงจะทัดทานเขาเอาไว้ได้
โจโฉนั้นเคยพูดให้คนใกล้ชิดหลายๆคนฟังว่า ในบรรดาคนสนิทของเขาทุกคนนั้น กุยแกมีอายุน้อยที่สุด ดังนั้นเขาจึงคิดจะฝากฝังครอบครัวให้กุยแกไว้ถ้าหากตัวเองต้องตายไป
จะเห็นได้ว่ากุยแกมีความสำคัญสำหรับโจโฉมากจริงๆ ถ้าเช่นนั้นเราจะไปดูเรื่องราวของกุยแกกัน
ประวัติโดยย่อ

ซุนฮก เหวินยื่อ (Xun Yu)

ในกลียุคนั้นผู้ที่จะเป็นใหญ่ได้นั้นจำต้องรวบรวมผู้มีสติปัญญาและมีฝีมือการรบให้มาอยู่กับตนมากเท่าที่จำเป็น ซึ่งผู้นำของก๊กทั้งสามนั้นต่างก็มีคนที่ว่านี้ไว้มากมายที่สุดพวกเขาจึงสามารถผงาดขึ้นมาอยู่เหนือคนอื่นในยุคเดียวกัน
ขุนศึกผู้มีความเก่งกาจในการรบนั้นจำเป็นต้องมีแน่ แต่หากว่าเล่าปี่ โจโฉ และซุนกวนขาดบุคคลผู้มีปัญญาที่มีความสามารถในการวางแผนวางกลอุบายเอาชนะข้าศึก หรือวางกลยุทธ์กำหนดแผนการรบและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลแล้วล่ะก็คงไม่อาจจะก่อตั้งอาณาจักรของตนขึ้นได้แน่นอน
แต่ในกลุ่มผู้มีปัญญาเหล่านั้นก็มีอยู่บางคนที่มีความโดดเด่นขึ้นมาอยู่เหนือผู้อื่นอีกขั้นหนึ่ง
ว่ากันว่าก่อนที่แผ่นดินจะถูกแยกออกเป็นสามก๊กนั้นทั่วแผ่นดินมีคนอยู่แค่ 3 คนที่มองออกว่าสุดท้ายแล้วแผ่นดินจะถูกแบ่งเป็น 3 ฝ่าย

Tuesday, October 4, 2011

เตียวก๊ก (Zhang Jiao)

คนจีนมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมานับตั้งแต่ก่อเกิดราชวงศ์ฉินของจิ๋นซีฮ่องเต้จนถึงสิ้นสุดยุคราชวงศ์ชิง
นั่นคือความเชื่อในเรื่องโองการสวรรค์
พวกเขามีความเชื่อว่าผู้เป็นฮ่องเต้หรือที่เรียกว่าโอรสสวรรค์นั้น เป็นผู้ที่รับโองการมาจากฟ้าให้มาทำหน้าที่ปกครองแผ่นดิน แต่หากว่าผู้เป็นฮ่องเต้ทำตัวไม่เหมาะสม ทำให้ชาวประชาเดือดร้อนล่ะก็ สวรรค์ก็จะเรียกโองการนั้นกลับ และเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่มีความเหมาะสมกว่าได้ขึ้นมาครองแผ่นดินแทน ด้วยเหตุนี้ในยามที่ฮ่องเต้ไร้ความสามารถ ปวงประชาเดือดร้อน บ้านเมืองลุกเป็นไฟ จะปรากฏเหล่าผู้กล้าและยอดคนต่างลุกฮือขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยปวงประชาและที่สุดแล้วก็จะได้รับโองการสวรรค์เพื่อที่จะปกครองแผ่นดินต่อไป
ดังนั้นในยุคสงครามนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นใด ต่อให้เป็นชาวนาที่ยากจน เขาก็มีสิทธิที่จะขึ้นมาครองแผ่นดินได้ หากมีความสามารถและโชคมากพอ

จิวยี่ กงจิ๋น


“ฟ้าให้จิวยี่เกิดมาแล้วไยต้องให้ขงเบ้งเกิดมาด้วยเล่า”

เป็นประโยคที่โด่งดังมากที่สุดอันหนึ่งในเรื่องสามก๊ก ที่บุรุษผู้หนึ่งได้พูดเอาไว้ก่อนตาย ชายคนนี้เป็นยอดแม่ทัพเรืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งยุคสามก๊ก อีกทั้งยังเป็นบุรุษรูปงามอีกด้วย

การออกเสียง

การออกเสียง องค์ประกอบของสัทอักษรพินอิน 1. พยางค์ หน่วยเสียงพื้นฐานของระบบเสียงภาษาจีนกลางปัจจุบันคือพยางค์ แต่ละพยางค์ประกอบขึ้นจากหน่วยเสียง 3 ส่วน ได้แก่ พยัญชนะ สระและวรรณยุกต์ โดยทั่วไปแล้ว ตัวอักษรจีนหนึ่งตัวจะอ่านออกเสียงหนึ่งพยางค์ 2. พยัญชนะ พยัญชนะคือเสียงนำที่ขึ้นต้นในแต่ละพยางค์ ในภาษาจีนกลางมีพยัญชนะทั้งหมด 23 เสียง ได้แก่  b  p m  f  d  t  n  l  g  k  h  j  q  x  zh  ch  sh  r  z  c  s  y  w.

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More