สุดยอดแห่งการวิเคราะห์
ถ้าขงเบ้งคือกุนซือหมายเลขหนึ่งของเล่าปี่ กุยแกก็คือกุนซือหมายเลขหนึ่งของโจโฉ แต่น่าเสียดาย ที่ชีวิตของเขานั้นสั้นเกินไปตอนที่กุยแกเสียชีวิตลงนั้น ขงเบ้งยังคงอาศัยอยู่บนดอยที่หลงจง และยังไม่มีชื่อเสียงหรือผลงานอะไร แต่ตอนนั้นกุยแกได้กลายเป็นกุนซือชื่อดังที่มีส่วนช่วยเหลือให้โจโฉพิชิตอ้วนเสี้ยวผู้มีอิทธิพลมากที่สุดทางตอนเหนือได้หลายคนเสียดายที่กุยแกตายเร็วไปทำให้ไม่ได้พิสูจน์สติปัญญากับขงเบ้ง ว่าใครจะเหนือกว่าใคร
ตอนที่โจโฉยกทัพลงใต้เพื่อจะพิชิตซุนกวนในศึกเซ็กเพ็กนั้น มีกุนซือบางคนที่ทัดทานไว้ แต่โจโฉนั้นกำลังมั่นใจในตัวเองจึงไม่สนคำเตือนเหล่านั้น จนเมื่อพ่ายศึกกลับมา โจโฉจึงได้บ่นเสียดายว่าถ้าหากกุยแกยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็เขาคงจะไม่พ่ายศึกแบบนี้ เพราะกุยแกคงจะทัดทานเขาเอาไว้ได้
โจโฉนั้นเคยพูดให้คนใกล้ชิดหลายๆคนฟังว่า ในบรรดาคนสนิทของเขาทุกคนนั้น กุยแกมีอายุน้อยที่สุด ดังนั้นเขาจึงคิดจะฝากฝังครอบครัวให้กุยแกไว้ถ้าหากตัวเองต้องตายไป
จะเห็นได้ว่ากุยแกมีความสำคัญสำหรับโจโฉมากจริงๆ ถ้าเช่นนั้นเราจะไปดูเรื่องราวของกุยแกกัน
ประวัติโดยย่อ
กุยแก หรือกั๊วะเจียะ ชื่อรองฟ่งเซี่ยว เกิดเมื่อปี ค.ศ. 170 เป็นชาวเมืองอวี๋ มณฑลเหอหนาน เป็นบัณฑิตที่มีความรู้เก่งกาจ ท่วงท่าสง่างาม ขึ้นชื่อในเรื่องการชอบวิพากษ์และเสียดสีสังคม มีชื่อเสียงมากตั้งแต่วัยหนุ่ม จนอ้วนเสี้ยวซึ่งกำลังมีชื่อเสียงขึ้นมาในตอนนั้นได้ชักชวนให้ไปรับราชการด้วย
นับจากตั๋งโต๊ะสิ้นลง อ้วนเสี้ยวกำลังขยายอิทธิพลและกำลังจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนเหนือ ด้วยความที่ตระกูลเป็นขุนนางสืบทอดถึง 4 สมัย กุยแกจึงยอมไปรับราชการด้วย แต่เมื่ออยู่ได้ไม่นาน เขาพิจารณาดูแล้ว นิสัยของอ้วนเสี้ยวนั้นไม่อาจทำการใหญ่ได้ และยังมีใจคอคับแคบ เขาจึงได้ผละจากมา
เวลานั้นเองโจโฉกำลังเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาโดยได้ยึดครองเมืองกุนจิ๋วและสามารถเกลี้ยกล่อมชาวโพกผ้าเหลืองกว่า 1 ล้านคนให้เข้ามาเป็นราษฎรของตนได้ ส่งผลให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่ว
ช่วงนั้น ซุนฮก บัณฑิตชื่อดังไปรับราชการอยู่กับโจโฉได้ไม่นาน ซึ่งซุนฮกนั้นรู้จักอยู่กับกุยแกพอสมควร จึงเชื้อเชิญให้เขามาอยู่โจโฉ กุยแกตอบรับคำเชิญชวน และเมื่อได้สนทนากับโจโฉไม่นาน เขาก็ตกลงจะทำงานและฝากชีวิตด้วย ซึ่งก็เป็นเวลายาวนานถึง 11 ปี ซึ่งในตอนนั้นกุยแกยังเป็นกุนซือหนุ่มอายุได้ 27 ปีเท่านั้น
เขาได้บอกเหตุผลที่ที่ผละจากอ้วนเสี้ยวแก่โจโฉว่า
“อ้วนเสี้ยวเป็นคนที่อยากมีความปราดเปรื่องอย่างโจวไท่กงของราชวงศ์โจว และเปิดรับคนดีมีฝีมือมาเข้าสังกัด ครั้นได้มาก็ไม่รู้จักใช้ดั่งวานรดั่งแก้ว แล้วยังทำตัวเป็นคนที่ชอบใช้ความคิดอยู่เรื่อย แต่ผลที่ได้แต่ละครั้งไม่ได้ความเสียเลย อยู่กับคนแบบนี้ไปมีแต่อับเฉาเท่านั้น”
เมือกุยแกมาอยู่กับโจโฉนั้นเขายังไม่ได้เป็นที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของโจโฉ นั่นเพราะโจโฉมีที่ปรึกษาที่เก่งๆอยู่อีกไม่น้อย โดยเฉพาะซุนฮกและเทียหยก
แต่กุยแกมีสิ่งที่แตกต่างไปจากยอดกุนซืออีกทั้ง 2 คนที่มาอยู่กับโจโฉก่อนหน้านี้
ซุนฮกเก่งในการบริหาร การมองสถานการณ์โดยรวมและกำหนดแผนการระยะยาว
เทียหยกนั้นมีความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างหยาบๆ และจัดการในเรื่องภายใน โดยเฉพาะด้านระเบียบวินัยทั่วไปของกองทัพ
แต่กุยแกนั้นมีความสามารถในการวางแผนการรบพิสดารและกำหนดกลยุทธ์ให้กับกองทัพของตนเพื่อเอาชนะกองทัพของฝ่ายตรงข้ามนอกจากนี้เขายังสามารถวิเคราะห์การศึกได้ล่วงหน้าได้ราวกับมีตาทิพย์ นั่นเป็นความสามารถที่กุยแกมีเหนือคนอื่นๆในบรรดาที่ปรึกษาคนสำคัญของโจโฉ
ซึ่งผลงานแรกของเขาคือการเสนอแผนการศึกให้โจโฉในการบุกตะลุยลิโป้
ก่อนหน้านี้ โจโฉเสียทีแก่ลิโป้ ขณะที่กำลังยกทัพใหญ่หมายพิชิตชีจิ๋ว ลิโป้ซึ่งเป็นขุนศึกพเนจร อาศัยจังหวะนั้นดอดเข้ายึดเมืองตันลิว และเกือบจะยึดปักเอี๋ยงได้ หากไม่เพราะซุนฮกและเทียหยกวางแผนประสาน จนสามารถรักษาเมืองหลักของโจโฉในเวลานั้นไว้ได้
จากนั้นไม่นาน โจโฉก็ทำการสะสมเสบียงและกำลังทัพเพิ่มเติมจนแข็งแกร่งพอที่จะทำศึกกับลิโป้ เขายกทัพเข้ายึดเมืองตันลิวกลับมา โดยมีกุยแกเป็นที่ปรึกษากองทัพ ภายหลังเมื่อลิโป้หลบไปอยู่กับเล่าปี่ที่ชีจิ๋วและทรยศยึดเมืองชีจิ๋วมา ทำให้เล่าปี่แค้นใจและเข้ามาติดต่อให้โจโฉช่วยปราบลิโป้ โจโฉก็ยกทัพเข้าล้อมเมืองแห้ฝือไว้ ลิโป้อาศัยกองทัพที่แข็งแกร่ง ต้านทานไว้สุดกำลัง แม้ทัพโจโฉจะตีเมืองเป็นเวลาติดต่อกันหลายวันแต่ก็ไม่อาจตีแตกได้ จนเกือบจะถอยทัพกลับ แต่กุยแกเสนอว่าควรจะรุกใส่ไม่ยั้งเพื่อพิชิตให้ได้ และในที่สุด ก็สามารถเอาชัยชนะและจับลิโป้มาประหารได้
ต่อมาซุนเซ็กซึ่งกำลังขึ้นมาเป็นใหญ่ทางตอนใต้นั้นคิดที่จะอาศัยช่วงที่โจโฉเริ่มเปิดศึกกับอ้วนเสี้ยว นำกำลังทัพของตนขึ้นมาตีเมืองฮูโต๋ซึ่งเป็นเมืองหลวงใหม่ที่โจโฉสร้างขึ้น
โจโฉร้อนใจเรื่องนี้มาก แต่กุยแกนั้นได้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดแล้วเห็นว่าไม่ต้องกังวลนัก เพราะเขาดูแล้วว่าแม้ซุนเซ็กจะเป็นนักรบที่ห้าวหาญและเก่งกาจ แต่ว่าใจร้อนและวู่วามด้วยถือดีว่าตนเองนั้นรบเก่ง ที่สำคัญซุนเซ็กเวลาจะไปไหนมาไหนนั้นมักจะไปเพียงลำพังโดยไม่เอาผู้ติดตามไปด้วยเพราะเชื่อมั่นในฝีมือตนเอง
ดังนั้นกุยแกจึงบอกว่าหากจะจัดการกับซุนเซ็กนั้นใช้เพียงแค่มือสังหารคอยดักซุ่มเพียงไม่กี่คนก็เพียงพอ และเขาได้ทำนายไว้เลยว่าคนอย่างซุนเซ็กต้องตายจากการลอบสังหารโดยทหารเพียงไม่กี่คน และมันก็เป็นจริง
นักรบผู้ห้าวหาญที่รบชนะมานับไม่ถ้วนอย่างซุนเซ็กสุดท้ายก็ตายลงเพราะถูกมือสังหารเพียง 3 คนลอบฆ่า ซึ่งนับว่ากุยแกนั้นคาดการณ์ได้แม่นยำจริงๆ
จากนั้นโจโฉก็ได้เปิดศึกกับอ้วนเสี้ยวในยุทธการที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ในสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในสามก๊ก ซึ่งพลิกสถานการณ์แผ่นดินอย่างสิ้นเชิง นั่นคือยุทธการกัวต๋อ



0 ความคิดเห็น:
Post a Comment