กตัญญูเหนือชื่อเสียง
เคยมีคนกล่าวกันว่าบางทีเล่าปี่อาจจะไม่ได้ขงเบ้งผู้เป็นอัจฉริยะมาร่วมงานหากว่าเขาไม่ได้รับการชี้ทางจากชายคนหนึ่งเขาคนนี้เป็นยอดกุนซือผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งและเป็นที่รู้จักกันดีในแฟนหนังสือสามก๊กแต่บทบาทที่เขาได้ปรากฏตัวออกมานั้นมันน้อยซะเหลือเกิน ทั้งที่เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่งและก็มีชีวิตค่อนข้างยืนยาวอีกด้วย
ผลงานของเขาในแผ่นดินกลับปรากฏเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นับจากนั้นไม่ว่าจะไปเปิดหาในสามก๊กฉบับไหนๆเราก็ไม่พบชื่อของเขาปรากฏขึ้นมาอีกเลย
ถือเป็นยอดคนผู้หนึ่งที่ถูกลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างน่าเสียดาย และการที่เขาถูกลืมไปนั้น มันเกิดจากความกตัญญูและความสัตย์ภักดีของเขา
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ประวัติโดยย่อ
ชีซี ชื่อรองเหวียนจื๋อ เป็นชาวเมืองอิ่งชวน ในมณฑลเหอหนาน เล่ากันว่าในวัยหนุ่มนั้นเขาเป็นคนที่ชอบการขี่ม้ายิงธนูและใช้ชีวิตเสเพลพอควร จนต่อมาเมื่อได้เห็นกลียุคที่เกิดขึ้นในแผ่นดินจึงเริ่มสนใจศึกษาเรื่องปัญหาบ้านเมือง
แต่ก็มีเหตุให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง เมื่อเขาได้ไปฆ่าคนตายเข้า ซึ่งคนที่ถูกเขาฆ่านั้นดูเหมือนจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลในบ้านเกิดของเขา สาเหตุที่ฆ่านั้นดูเหมือนเป็นเพราะชีซีไม่พอใจที่คนผู้นั้นใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน
ดังนั้นเขาจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นตันฮกและหนีการตามล่าของทางการและเร่ร่อนไปทั่ว ช่วงเวลาที่เร่ร่อนไปทั่วแผ่นดินนี้เองที่เขาได้ซึมซับเอาประสบการณ์มากมายไว้และได้ทำให้เห็นความวุ่นวายต่างๆในโลก ด้วยเหตุนี้จึงได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าสักวันตัวเขาจะต้องทำประโยชน์ให้แผ่นดินและชวยเหลือชาวประชา
เขาได้เดินทางไปจนถึงเกงจิ๋วซึ่งอยู่ทางตอนใต้และเป็นเขตอิทธิพลของเล่าเปียวซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้นว่าเป็นผู้มีใจอารีชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์
เนื่องจากแผ่นดินในภาคกลางและภาคเหนือกำลังตกอยู่ในไฟสงครามทั้งจากสมัยของตั๋งโต๊ะ จนมาถึงโจโฉและอ้วนเสี้ยว ทำให้เหล่าบัณฑิตผู้ทรงภูมิปัญญาที่เบื่อหน่ายสงครามหลายคนอพยพลงมาอยู่ทางตอนใต้และมีจำนวนมากที่มาขอพึ่งเล่าเปียวอยู่ที่เกงจิ๋ว
ชีซีหรือที่เปลี่ยนชื่อเป็นตันฮกแล้วนั้นก็เป็นผู้หนึ่งที่หนีมาขอพึ่งพาอยู่ภายในเกงจิ๋วของเล่าเปียว และได้มีโอกาสคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ผู้รู้หลายคน ซึ่งได้ช่วยทำให้เขาสนใจศึกษาเกี่ยวกับการเมืองการปกครองและช่วงนี้เองเขาได้มีโอกาสรู้จักกับชายหนุ่มชาวนาผู้หนึ่งซึ่งมีความปราดเปรื่องไม่แพ้เหล่านักปราชญ์ทั้งหลาย ที่ชื่อว่าจูกัดเหลียง หรือที่รู้จักกันในภายหลังว่าขงเบ้ง
นอกจากขงเบ้งแล้วเขายังมีโอกาสคบหากับนักปราชญ์หลายคนไม่ว่าจะเป็นบังทอง สุมาเต็กโช และคนดังอีกหลายต่อหลายคนที่หนีภัยสงครามมาจากภาคกลาง และจากการได้คบหากับคนเหล่านั้นได้ช่วยให้เขามีความรอบรู้อันจะช่วยให้เขาได้เป็นกุนซือผู้เก่งกาจในวันหน้า
ชีซีนั้นได้ศึกษาหาความรู้จากตำราต่างๆและอาศัยประสบการณ์ที่เขาได้ท่องเที่ยวไปทั่วจนทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่มีลักษณะแตกต่างไปจากกุนซือในยุคสมัยเดียวกันอีกหลายคน นั่นคือเขายังมีความสามารถในเชิงบู๊ด้วย
เขาไม่เพียงจะมีความปราดเปรื่องในเรื่องกลยุทธ์เท่านั้น ความกล้าในการพุ่งเข้าสู่สนามรบเขาเองก็มีเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เขายังขาดความสามารถในการมองทะลุถึงเล่ห์กลทางการเมืองอันทำให้เขาหมดโอกาสสร้างชื่อเสียงในวันข้างหน้า
เมื่อได้ศึกษาหาความรู้ในหมู่นักปราชญ์ที่เกงจิ๋วระยะหนึ่งแล้วเขาก็ได้คิดว่าการที่จะใช้ความสามารถของตนให้เกิดประโยชน์นั้นจำเป็นต้องมีเจ้านายที่พร้อมจะเปิดโอกาสนั้น
ชีซีนั้นตั้งเป้าไว้ว่าหากเขาจะมีเจ้านาย คนๆนั้นต้องเป็นผู้มีคุณธรรมที่จะช่วยเหลือชาวประชาอย่างแท้จริง
เวลานั้นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินก็คือโจโฉ และก็เป็นโจโฉนี่เองที่เป็นผู้ที่ใกล้เคียงต่อการปิดฉากยุคสงครามนี้มากที่สุด แต่ชีซีก็ไม่เลือกที่จะไปอยู่กับโจโฉ เหตุเพราะเขามองว่าโจโฉแม้จะเป็นผู้ปกครองที่เก่งกาจเข้มงวดทำให้เขตปกครองสงบร่มเย็นได้ แต่โจโฉก็เข่นฆ่าผู้ต่อต้านอย่างไม่ปราณี และจากการสั่งฆ่าล้างชาวเมืองชีจิ๋วของโจโฉเมื่อครั้งที่ต้องการแก้แค้นให้พ่อนั้นเป็นที่ประณามของเหล่าผู้คนจำนวนมาก เพราะความโหดเหี้ยมของโจโฉนั้นมันผิดกับหลักการของลัทธิขงจื๊อที่เหล่าบัณฑิตทั่วแผ่นดินเทิดทูน
ที่สำคัญเลยคือแม้โจโฉจะเป็นมหาอุปราชแห่งแผ่นดินฮั่น แต่เขากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่ให้องค์ฮ่องเต้ได้มีโอกาสบริหารบ้านเมือง คนส่วนใหญ่จึงมองว่าโจโฉคิดที่จะขึ้นมาแทนที่ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น
ชีซีเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ต่อต้านความโหดเหี้ยมและการกระทำของโจโฉ เขาจึงไม่คิดจะไปอยู่ด้วย และมุ่งแสวงหาเจ้านายผู้มีลักษณะตรงข้ามกับโจโฉ
นั่นคือเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณธรรม เป็นที่นิยมของปวงประชา และมุ่งที่จะฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น
ในยามนั้นเจ้านายผู้ที่มีลักษณะและคุณสมบัติแบบที่ชีซีต้องการในแผ่นดินแทบจะไม่เหลือแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังมีอยู่อีกผู้หนึ่งที่ตรงตามที่ชีซีต้องการ
นั่นคือเล่าปี่ เหี้ยนเต๊ก หรือที่ใครๆรู้จักกันในฐานะของพระเจ้าอา
การพบกันครั้งแรกระหว่างชีซีและเล่าปี่ค่อนข้างน่าสนใจมาก โดยเรื่องมีอยู่ว่าเมื่อครั้งที่เล่าปี่ได้หนีภัยจากการตามล่าของชัวมอซึ่งคิดจะเอาชีวิตของตนโดยขี่ม้าหนีมาเพียงลำพังนั้น (รายละเอียดตรงนี้ผมขอตัดบทไม่พูดถึงนะเดี๋ยวมันจะยาวเกินไป)
ระหว่างทางที่ได้หนีมานั้น เขาได้บังเอิญพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งโดยบังเอิญ
ชายคนนั้นมีบุคลิกภาพที่สง่างาม ท่าทางสุภาพเรียบร้อย จนสะดุดความสนใจของเล่าปี่
ก่อนหน้านั้นเล่าปี่ได้มีโอกาสพบกับสุมาเต็กโช ซึ่งเป็นนักปราชญ์อาวุโสซึ่งมีฉายาว่าซินแสกระจกเงา เพราะมีความสามารถในการมองผู้อื่นได้ทะลุปรุโปร่ง
เขาได้แนะนำต่อเล่าปี่ว่าหากอยากที่จะผงาดขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินล่ะก็ จำเป็นจะต้องหานักปราชญ์ผู้มีความสามารถมาคอยช่วยเหลือ และได้เสนอชื่อของคนสองคนไปนั่นคือ ขงเบ้งและบังทอง ผู้มีฉายาว่า "ฮกหลง" และ "ฮองซู"
หลังจากได้คำชี้แนะเช่นนั้นเล่าปี่ก็ได้เอาแต่นึกถึงชื่อของฮกหลงและฮองซูอยู่ตลอด พอได้มาพบกับบุรุษผู้มีท่วงท่าสง่างามและดูเปี่ยมปัญญา จึงได้สำคัญผิดว่าเป็นฮกหลงฮองซู จึงได้รีบเข้าไปสอบถาม
ชายผู้นั้นตอบว่าตนไม่ใช่ แต่มีชื่อว่าตันฮก และเมื่อได้เจรจากันอยู่พักใหญ่ เล่าปี่จึงได้พบว่าคนผู้นี้เป็นผู้มีสติปัญญาอันปราดเปรื่องมากคนหนึ่ง
ก่อนที่จะลาจากกันนั้น ตันฮกได้มองดูม้าที่เล่าปี่ขี่มา ซึ่งม้าตัวนี้เป็นม้าสีขาวที่มีชื่อว่าเต็กเลา
ตันฮกได้บอกต่อเล่าปี่ว่าม้าตัวนี้เป็นม้าที่มีลักษณะไม่ดีและจะนำโชคร้ายมาให้แก่ผู้ที่ขี่มัน ดังนั้นเล่าปี่จึงควรจะละม้าตัวนี้ไปเสีย โดยวิธีที่ดีก็คือยกม้าตัวนี้ให้กับคนที่เป็นศัตรูหรือคนที่เล่าปี่ต้องการจะเอาชีวิต ก็จะเป็นการขจัดปัญหาได้ไม่ยาก
เล่าปี่ได้ฟังเช่นนั้น ก็ปฏิเสธและบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรม และคิดจะควบม้าจากไป
ตันฮกหรือชีซีได้ฟังคำตอบเช่นนั้นจึงพบว่านี่แหละคือเจ้านายที่เขาเฝ้ารอมานาน และเรียกให้เล่าปี่หยุดไว้จากนั้นจึงบอกว่าที่เขาถามแบบนี้ก็เพราะต้องการทดสอบเล่าปี่ว่าจะมีคุณธรรมในใจสักแค่ไหน บัดนี้เขารู้แล้ว ดังนั้นเขาจะขอมาอยู่รับใช้เล่าปี่นับจากนี้ไป
นับแต่นั้นมาเล่าปี่ก็ได้ตันฮกมาอยู่ด้วย และตันฮกก็ได้มารับตำแหน่งสำคัญที่เล่าปี่ยังขาดคนที่จะทำหน้าที่ตรงนี้อยู่นั่นคือ "กุนซือ"
ตันฮกได้เข้ามาช่วยฝึกทหารและได้แสดงความสามารถในการวางกลยุทธ์จนเป็นที่ยอมรับจากเล่าปี่และเหล่าขุนศึกอย่าง กวนอู เตียวหุย จูล่ง




0 ความคิดเห็น:
Post a Comment